แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สถานที่ท่องเที่ยวในขุขันธ์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สถานที่ท่องเที่ยวในขุขันธ์ แสดงบทความทั้งหมด
วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
รวมที่เที่ยวดี ๆ @ ขุขันธ์ ศรีสะเกษ รับรองสะดุดตาน่าไปเยือน
ป้ายกำกับ:ขุขันธ์นคร, อำเภอขุขันธ์,ขุขันธ์,
ขุขันธ์,
เที่ยวขุขันธ์,
เที่ยวศรีสะเกษ,
สถานที่ท่องเที่ยวในขุขันธ์
ตำแหน่ง:ประเทศไทย
Khukhan District, Si Sa Ket 33140, Thailand
วันเสาร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2557
ปราสาทตาเล็ง
ปราสาทตาเล็ง (TA LENG
SANCTAURY)
ปราสาทตาเล็ง
หรือปราสาทลุมพุก เดิมตั้งอยู่ในเขตตำบลกันทรารมย์ อำเภอขุขันธ์
ต่อมามีการแยกตำบลออกเป็นตำบลปราสาท ทำให้ปราสาทตาเล็งขึ้นอยู่กับตำบลปราสาท
โดยปราสาทตั้งอยู่ที่บ้านปราสาท หมู่ที่ ๑ ตำบลปราสาท อำเภอขุขันธ์
จังหวัดศรีสะเกษ
ปราสาทตาเล็งเป็นปราสาทขนาดเล็กหลังเดี่ยว อยู่ท่ามกลางป่าใหญ่ทางด้านตะวันออกเขตหมู่บ้าน ตัวปราสาทมีการแกะสลักหินเป็นลวดลายสวยงามมากแห่งหนึ่ง ก่อด้วยหินทราย และอิฐบนฐานศิลาแลง หันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ส่วนยอดด้านบนหักพังกระจัดกระจายอยู่รอบๆตัวปราสาทหมดแล้ว ที่เหลือคือส่วนเรือนธาตุที่ก่อด้วยหินทรายเป็นกรอบประตูปราสาท เฉพาะด้านทิศตะวันออก อีกสามด้านก่อเป็นผนังทึบเป็นประตูหลอก คือแกะสลักหินรูปร่างคล้ายกับประตูแต่ไม่สามารถเข้าออกได้ เรียกว่าประตูหลอก
ที่เสาประดับผนังของกรอบประตูด้านทิศตะวันออก ต่อเนื่องขึ้นไปจนถึงกรอบหน้าบันมีการแกะสลักลวดลายอย่างสวยงาม โดยบริเวณเสาประดับผนังทั้งสองข้างมีการ แกะสลักเป็นลายก้านขดในแต่ละโค้งตรงกลางสลักเป็นรูปหงส์ บริเวณหัวเสาแกะสลักเป็นลายกลีบบัว ลายใบไม้ ส่วนหน้าบันที่เหลืออยู่เฉพาะปลายกรอบทั้งสองข้าง สลักเป็นรูปนาคห้าเศียรสังเกตดูดีๆ จะเห็นว่านาคยังมีเขี้ยวเหมือนเขี้ยวเหมือนงูอยู่ด้วย ซึ่งเป็นลวดลายแกะสลักที่ละเอียดปราณีตมาก และที่หน้าบันทับหลังที่ตกอยู่หน้าปราสาทมีการแกะสลักเป็นรูปพระอินทร์ทรง ช้างเอราวัณ ยืนอยู่บนหัวยักษ์ และ โดยรอบตัวปราสาทมีหินมีส่วนประกอบของปราสาทตกอยู่หลายชิ้นกระจัดกระจาย ทับหลังอีกชิ้นหนึ่งตกอยู่ที่พื้นดินเป็นรูปพระอินทร์ทรงหงส์ ทับหลังชิ้นอื่น มีลักษณะคล้ายกัน แต่ภาพใบหน้าหน้าเทวรูปตรงกลางถูกกะเทาะออกไปหมด คิดว่าที่เป็นเช่นนี้น่าจะเกิดจากฝีมือคนขโมย
ทางด้านทิศตะวันออก เป็นแนวศิลาแลง ที่ เป็นขอบฐานของซุ้มประตู และมีคูน้ำอยู่ล้อมสามด้าน ยกเว้นด้านทิศตะวันออก ตรงไปจากฐานซุ้มประตูทิศตะวันออก มีแนวคันดินคล้ายถนนเป็นแนวตรงไปสู่สระน้ำขนาดใหญ่ที่คนแถวนั้นเรียกว่า (ตระเปียงละเบิก) ซึ่งเป็นแหล่งน้ำใช้สอยที่หล่อเลี้ยงชีวิตของผู้คนคนในชุมชนรอบๆ ปราสาทตาเล็งแห่งนี้ได้อย่างดี
คูน้ำล้อมรอบปราสาท
หนองตระเปียงละเบิก
จากลักษณะทางศิลปกรรม กรมศิลปากรได้สันนิฐานว่าปราสาทตาเล็งได้สร้างขึ้น โดยมีรูปแบบศิลปะเขมรแบบปาปวน มีอายุอยู่ประมาณพุทธศตวรรษที่ 16 - 17 (สร้างขึ้นก่อนการตั้งกรุงสุโขทัยของไทยด้วยซ้ำไป) ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน เมื่อปี พ.ศ.2525 โดยมีขอบเขตโบราณสถาน เป็นพื้นที่ประมาณ 3 ไร่ 2 งานเศษ ปราสาทตาเล็งจึงเป็นโบราณสถานที่น่ามาเที่ยวชมเพื่อศึกษาอารยะธรรมความเจริญ รุ่งเรืองของดินแดนอีสานใต้ในอดีตได้อย่างน่าทึ่งเลยทีเดียว
ปัจจุบันปราสาทตาเล็งอยู่ในสภาพที่ทรุดโทรมมาก
จึงอยากใคร่ขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเข้าไปรับผิดชอบและบูรณะขึ้นให้สมบูรณ์
และปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบให้สวยงาม
เพื่อประโยชน์แก่การท่องเที่ยวและการศึกษาของอนุชนคนรุ่นหลัง
------------------------------------------------------------------------------------------------
การเดินทาง
จากตัวอำเภอขุขันธ์
ใช้ทางหลวงหมายเลข ๒๒๐๑ ตรงไปเป็นระยะทางประมาณ ๒.๕ กิโลเมตร
จะพบแยกบ้านแทรง(ทางไปบ้านใจดี)ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข ๒๒๐๑ ต่อไปอีกประมาณ ๕๐๐ เมตร
จะพบแยกบ้านราศีพัฒนา ให้เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงชนบทสาย ศก ๔๐๔๗ ได้เลย
ใช้ระยะทางนี้ต่อไปอีก ๑๐ กิโลเมตร จะพบวัดโสภณวิหาร ใช้เส้นทางตรงไปอีกประมาณ ๘
กิโลเมตร ถึงบ้านปราสาท ด้านหน้าทางเข้าปราสาทตาเล็ง จะเป็นซุ้มประตูเขมรโบราณประยุกต์อยู่ด้านหน้าทางเข้า
ให้เลี้ยวเข้าได้เลย ตรงไปอีกประมาณ ๓๐๐ เมตร ก็จะพบปราสาทตาเล็ง
อ่านบทความอื่นที่เกี่ยวข้อง >> ปราสาทตาเล็ง กับการเป็นมรดกโลกบนเส้นทางราชมรรคา
เรียบเรียงบทความจาก http://www.oknation.net/blog/print.php?id=411076 และจากบทความปราสาทตาเล็งในสารานุกรมเสรีวิกิพีเดียและขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจากเฟซบุก สุเพียร คำวงศ์
ป้ายกำกับ:ขุขันธ์นคร, อำเภอขุขันธ์,ขุขันธ์,
ปราสาทตาเล็ง,
ปราสาทลุมพุก,
สถานที่ท่องเที่ยวในขุขันธ์
ตำแหน่ง:ประเทศไทย
อำเภอ ขุขันธ์ จังหวัด ศรีสะเกษ ประเทศไทย
วัดเจ๊กโพธิพฤกษ์
วัดเจ๊กโพธิพฤกษ์
วัดเจ๊กโพธิพฤกษ์ เป็นวัดเก่าแก่แห่งหนึ่งของเมืองขุขันธ์ มีประวัติหลาย ๆ อย่างเกี่ยวข้องกับการตั้งเมืองขุขันธ์ ตามคำบอกเล่า วัดเจ๊ก เป็นวัดที่คนไทยเชื้อสายจีนในพื้นที่เมืองขุขันธ์ ซึ่งมีฐานะร่ำรวย ได้สร้างขึ้น นอกจากนี้ในภายในวัดเจ๊กโพธิพฤกษ์ ยังมีโบราณสถานและโบราณวัตถุที่สำคัญคือ
ปราสาทกุด
ปราสาทกุดหรือปราสาทวัดเจ๊กโพธิ์พฤกษ ์ ตั้งอยู่ในเขตวัดเจ๊กโพธิ์พฤกษ์ บริเวณบ้านเจ๊ก ต.ห้วยเหนือ อ.ขุขันธ์ เป็นโบราณสถานก่อด้วยอิฐ ปัจจุบันอยู่ในสภาพพังทลาย กลายเป็นเนินโบราณสถาน มีลักษณะเป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสบนเนินดินใหญ่ ผนังแต่ละด้านจะก่ออิฐเป็นช่องคล้ายประตู โดยก่ออิฐทึบทั้งหมด มีความสูงประมาณ 15 เมตร ส่วนยอดหักพังลงมาจนถึงเรือนธาตุ โบราณสถานแห่งนี้คงสร้างมาในสมัยอยุธยาตอนปลายหรือพุทธศตวรรษที่ 23-24 (คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ, 2544 : หน้า 120)
โดยในปี พ.ศ.2557 นี้ ปราสาทกุด ได้ชำรุดทรุดโทรมมาก ประกอบกับตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ไม่มีผู้ใดหรือหน่วยงานใดเข้ามาดูแลเลย ทางกรมศิลปากรเมื่อทราบจึงได้ออกประกาศบูรณะปฏิสังขรปราสาทแห่งนี้ขึ้นมา
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
ตู้พระธรรมวัดเจ๊ก
ตู้พระธรรมของวัดเจ๊กโพธิ์พฤกษ์ เป็นงานศิลปะฝีมือที่สวยงามมาก ผู้พระธรรมลายรดน้ำมีขนาด ๑.๕๘ เมตร กว้าง ๐.๖๔ เมตร ยาว ๐.๙๓ เมตร บานประตูเขียนลายกนกเปลว ด้านข้างทั้งสองเขียนลวดลายพันธุ์ไม้ ลวดลายที่เขียนขึ้นมีภาพเล่าเรื่องประกอบทุกด้าน ลักษณะลวดลาย ของตู้พระธรรมนี้ น่าจะได้รับอิทธิพลมาจาก ภาคกลางอยู่มาก ถึงแม้จะมีสอดแทรกลายพื้นเมืองอยู่บ้านก็ตาม ลายกรอบบานประตูดอกไม้ คล้ายดอก พุดตานและขาตู้ ซึ่งมีลักษณะแบบจีนนิยมทำกันอย่างแพร่หลาย ในสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ จึงสันนิษฐานได้ว่า ตู้พระธรรมนี้มีอายุได้ ๑๐๐ ปี มาแล้วหรือ ในราวต้นกรุงรัตนโกสินทร์
ตู้พระธรรมนี้อยู่ในวัดเจ๊กโพธิ์ ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งตั้งอยู่ริมถนนศรีสะเกษ-ขุขันธ์ ก่อนเข้าสู่อำเภอเมืองขุขันธ์
----------------------------------------------------------------------------------------------
พระแผงไม้แกะสลัก
แผงพระพิมพ์ชนิดไม้แกะสลัก เป็นศิลปะสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษ ที่ ๒๔ มีความสูง ๑๒๑.๕ เซนติเมตร กว้าง ๓๔.๕ เซนติเมตร มีพระในแผงพระพิมพ์ ๔๘ องค์ ลักษณะของพระพุทธรูปที่ปรากฏในแผงพระพิมพ์ มีความแตกต่างกัน โดยมีข้อสันนิษฐานเป็นสาวกของพระพุทธเจ้า
--------------------------------------------------------------------------------------------
--------------------------------------------------------------------------------------------
นอกจากนี้บริเวณโดยรอบวัดเจ๊ก ยังพบฐานศิวลึงค์ สันนิษฐานว่าสร้างราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖-๑๗ ตามลัทธิความเชื่อของศาสนาฮินดู ขุดพบที่บัลลังก์เทวสถานเก่าห่างจากวัดเจ๊กประมาณ ๗๐๐เมตร แท่นศิวลึงค์ทำมาจากหินทราย ซึ่งเป็นชั้นหินใต้สุดที่ได้ขุดพบขึ้นมา มีลักษณะอ่อนนิ่ม เมื่อนำมาประดิษฐ์หรือแกะสลักตามลักษณะของรูปร่างแล้ว ทิ้งไว้พักหนึ่งหินก็จะมีลักษณะแข็งตัว ลักษณะพิเศษ หินทรายเป็นหินที่ละเอียด และแข็งแกร่งนำมาก่อสร้างโบราณสถานของขอมสมัยโบราณนิยมนำหินทรายมาแกะสลักทับหลังรูปต่าง ๆ เช่น ศิลาทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ทับหลัง พระอิศวรทรงโตศิลาที่ทับหลัง พระอินทร์ทรงช้าง เป็นต้น เพราะเนื้อหินมีผิวที่ละเอียดสวยงาม
ปัจจุบันฐานศิวลึงค์ดังกล่าว ได้นำมาเก็บไว้ที่บริเวณด้านหน้ากุฏิเจ้าอาวาสวัดเจ๊ก
การเดินทางมาวัดเจ๊ก
จากจังหวัดศรีสะเกษ ใช้ทางหลวงหมายเลข 220 ระยะทางประมาณ 49 กิโลเมตร วัดตั้งอยู่ฝั่งขวามือ ติดกับวิหารพระแม่กวนอิมฯ
การเดินทางมาวัดเจ๊ก
จากจังหวัดศรีสะเกษ ใช้ทางหลวงหมายเลข 220 ระยะทางประมาณ 49 กิโลเมตร วัดตั้งอยู่ฝั่งขวามือ ติดกับวิหารพระแม่กวนอิมฯ
อุโบสถวัดเจ๊กโพธิพฤกษ์ ซึ่งทางวัดได้ทำการบูรณะใหม่ และกำลังจะมีพิธียกช่อฟ้าและผูกพัธสีมาปิดทองฝังลูกนิมิตอุโบสถ ในช่วงปีใหม่ 2558 นี้
ขอขอบคุณข้อมูลจากกระทรวงวัฒนธรรม
ป้ายกำกับ:ขุขันธ์นคร, อำเภอขุขันธ์,ขุขันธ์,
ขุขันธ์นคร,
วัดเจ๊กโพธิพฤกษ์ ขุขันธ์,
สถานที่ท่องเที่ยวในขุขันธ์
ตำแหน่ง:ประเทศไทย
อำเภอ ขุขันธ์ จังหวัด ศรีสะเกษ ประเทศไทย
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



















