แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขุขันธ์นคร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขุขันธ์นคร แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2558

เมืองขุขันธ์ 255 ปี ประเพณีแซนโฎนตา 2557 โดย.เพจขุขันธ์นคร (2)

ประมวลภาพงานเฉลิมฉลองเมืองขุขันธ์ ๒๕๕ ปี ประเพณีแซนโฎนตา ๒๕๕๗
"งานรำลึกพระยาไกรภักดี ประเพณีแซนโฎนตา บูชาหลักเมือง ลือเลื่องกล้วยแสนหวี" 18 - 19 กันยายน 2557 ณ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ
ขอขอบคุณภาพสวยๆจากเพจ : ขุขันธ์นคร
ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของเมืองขุขันธ์ได้ทางเพจ : ขุขันธ์นคร
 

เมืองขุขันธ์ 255 ปี ประเพณีแซนโฎนตา 2557 โดย.เพจขุขันธ์นคร (1)

ประมวลภาพงานเฉลิมฉลองเมืองขุขันธ์ ๒๕๕ ปี ประเพณีแซนโฎนตา ๒๕๕๗
"งานรำลึกพระยาไกรภักดี ประเพณีแซนโฎนตา บูชาหลักเมือง ลือเลื่องกล้วยแสนหวี" 18 - 19 กันยายน 2557 ณ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ
ขอขอบคุณภาพสวยๆจากเพจ : ขุขันธ์นคร
ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของเมืองขุขันธ์ได้ทางเพจ : ขุขันธ์นคร
 

เมืองขุขันธ์ 255 ปี ประเพณีแซนโฎนตา 2557 โดย.Watchara Wat

ประมวลภาพงานเฉลิมฉลองเมืองขุขันธ์ ๒๕๕ ปี ประเพณีแซนโฎนตา ๒๕๕๗
"งานรำลึกพระยาไกรภักดี ประเพณีแซนโฎนตา บูชาหลักเมือง ลือเลื่องกล้วยแสนหวี" 18 - 19 กันยายน 2557 ณ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ
ขอขอบคุณภาพสวยๆจากfacebook : Watchara Wat
ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของเมืองขุขันธ์ได้ทางเพจ : ขุขันธ์นคร
 

เมืองขุขันธ์ 255 ปี ประเพณีแซนโฎนตา 2557 โดย.Boy Plus Intanon (3)

ประมวลภาพงานเฉลิมฉลองเมืองขุขันธ์ ๒๕๕ ปี ประเพณีแซนโฎนตา ๒๕๕๗
"งานรำลึกพระยาไกรภักดี ประเพณีแซนโฎนตา บูชาหลักเมือง ลือเลื่องกล้วยแสนหวี" 18 - 19 กันยายน 2557 ณ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ
ขอขอบคุณภาพสวยๆจากfacebook : Boy Plus Intanon
ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของเมืองขุขันธ์ได้ทางเพจ : ขุขันธ์นคร
 

เมืองขุขันธ์ 255 ปี ประเพณีแซนโฎนตา 2557 โดย.Boy Plus Intanon (2)

ประมวลภาพงานเฉลิมฉลองเมืองขุขันธ์ ๒๕๕ ปี ประเพณีแซนโฎนตา ๒๕๕๗
"งานรำลึกพระยาไกรภักดี ประเพณีแซนโฎนตา บูชาหลักเมือง ลือเลื่องกล้วยแสนหวี" 18 - 19 กันยายน 2557 ณ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ
ขอขอบคุณภาพสวยๆจากfacebook : Boy Plus Intanon
ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของเมืองขุขันธ์ได้ทางเพจ : ขุขันธ์นคร
 

วันอังคารที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2558

รวมบทความในรอบปี 2557 ที่ผ่านมา

บทความในปีที่ 2557 และบทความอ้างอิงในหลาย ๆ ปี ที่ผ่านมา
บทความบนสุด = ใหม่ที่สุด
บทความล่างสุด = เก่าที่สุด 
 

วันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2557

24/10/57 ฝนใหญ่ปลายฤดูโหมกระหน่ำ เมืองขุขันธ์อ่วมอรทัย!!

ชาวขุขันธ์อ่วมอรทัย!! ฝนใหญ่ปลายฤดูโหมกระหน่ำ น้ำท่วมหลายจุด
 
 
           คืนวันที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๗  พื้นที่อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ เกิดพายุฝนฟ้าคะนองโหมกระหน่ำอย่างหนัก ตั้งแต่เวลาประมาณ ๒๑.๐๐ น. ของวันที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๗ จนถึงเวลาประมาณ ๐๙.๐๐น. ของวันที่ ๒๔ ตุลาคม

วันเสาร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

วัดเจ๊กโพธิพฤกษ์

วัดเจ๊กโพธิพฤกษ์
 

วัดเจ๊กโพธิพฤกษ์ เป็นวัดเก่าแก่แห่งหนึ่งของเมืองขุขันธ์ มีประวัติหลาย ๆ อย่างเกี่ยวข้องกับการตั้งเมืองขุขันธ์ ตามคำบอกเล่า วัดเจ๊ก เป็นวัดที่คนไทยเชื้อสายจีนในพื้นที่เมืองขุขันธ์ ซึ่งมีฐานะร่ำรวย ได้สร้างขึ้น นอกจากนี้ในภายในวัดเจ๊กโพธิพฤกษ์ ยังมีโบราณสถานและโบราณวัตถุที่สำคัญคือ
 
ปราสาทกุด
 ปราสาทกุดหรือปราสาทวัดเจ๊กโพธิ์พฤกษ ์ ตั้งอยู่ในเขตวัดเจ๊กโพธิ์พฤกษ์ บริเวณบ้านเจ๊ก ต.ห้วยเหนือ อ.ขุขันธ์  เป็นโบราณสถานก่อด้วยอิฐ  ปัจจุบันอยู่ในสภาพพังทลาย กลายเป็นเนินโบราณสถาน   มีลักษณะเป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสบนเนินดินใหญ่  ผนังแต่ละด้านจะก่ออิฐเป็นช่องคล้ายประตู  โดยก่ออิฐทึบทั้งหมด  มีความสูงประมาณ 15 เมตร  ส่วนยอดหักพังลงมาจนถึงเรือนธาตุ  โบราณสถานแห่งนี้คงสร้างมาในสมัยอยุธยาตอนปลายหรือพุทธศตวรรษที่ 23-24 (คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ, 2544 : หน้า 120)  

โดยในปี พ.ศ.2557 นี้ ปราสาทกุด ได้ชำรุดทรุดโทรมมาก ประกอบกับตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ไม่มีผู้ใดหรือหน่วยงานใดเข้ามาดูแลเลย ทางกรมศิลปากรเมื่อทราบจึงได้ออกประกาศบูรณะปฏิสังขรปราสาทแห่งนี้ขึ้นมา
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
ตู้พระธรรมวัดเจ๊ก
 

 ตู้พระธรรมของวัดเจ๊กโพธิ์พฤกษ์ เป็นงานศิลปะฝีมือที่สวยงามมาก ผู้พระธรรมลายรดน้ำมีขนาด ๑.๕๘ เมตร กว้าง ๐.๖๔ เมตร ยาว ๐.๙๓ เมตร บานประตูเขียนลายกนกเปลว ด้านข้างทั้งสองเขียนลวดลายพันธุ์ไม้ ลวดลายที่เขียนขึ้นมีภาพเล่าเรื่องประกอบทุกด้าน ลักษณะลวดลาย ของตู้พระธรรมนี้ น่าจะได้รับอิทธิพลมาจาก ภาคกลางอยู่มาก ถึงแม้จะมีสอดแทรกลายพื้นเมืองอยู่บ้านก็ตาม ลายกรอบบานประตูดอกไม้ คล้ายดอก พุดตานและขาตู้ ซึ่งมีลักษณะแบบจีนนิยมทำกันอย่างแพร่หลาย ในสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ จึงสันนิษฐานได้ว่า ตู้พระธรรมนี้มีอายุได้ ๑๐๐ ปี มาแล้วหรือ ในราวต้นกรุงรัตนโกสินทร์
ตู้พระธรรมนี้อยู่ในวัดเจ๊กโพธิ์ ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งตั้งอยู่ริมถนนศรีสะเกษ-ขุขันธ์ ก่อนเข้าสู่อำเภอเมืองขุขันธ์

----------------------------------------------------------------------------------------------
พระแผงไม้แกะสลัก
แผงพระพิมพ์ชนิดไม้แกะสลัก เป็นศิลปะสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษ ที่ ๒๔ มีความสูง ๑๒๑.๕ เซนติเมตร กว้าง ๓๔.๕ เซนติเมตร มีพระในแผงพระพิมพ์ ๔๘ องค์ ลักษณะของพระพุทธรูปที่ปรากฏในแผงพระพิมพ์ มีความแตกต่างกัน โดยมีข้อสันนิษฐานเป็นสาวกของพระพุทธเจ้า
--------------------------------------------------------------------------------------------
 นอกจากนี้บริเวณโดยรอบวัดเจ๊ก ยังพบฐานศิวลึงค์ สันนิษฐานว่าสร้างราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖-๑๗ ตามลัทธิความเชื่อของศาสนาฮินดู ขุดพบที่บัลลังก์เทวสถานเก่าห่างจากวัดเจ๊กประมาณ ๗๐๐เมตร แท่นศิวลึงค์ทำมาจากหินทราย ซึ่งเป็นชั้นหินใต้สุดที่ได้ขุดพบขึ้นมา มีลักษณะอ่อนนิ่ม เมื่อนำมาประดิษฐ์หรือแกะสลักตามลักษณะของรูปร่างแล้ว ทิ้งไว้พักหนึ่งหินก็จะมีลักษณะแข็งตัว ลักษณะพิเศษ หินทรายเป็นหินที่ละเอียด และแข็งแกร่งนำมาก่อสร้างโบราณสถานของขอมสมัยโบราณนิยมนำหินทรายมาแกะสลักทับหลังรูปต่าง ๆ เช่น ศิลาทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ทับหลัง พระอิศวรทรงโตศิลาที่ทับหลัง พระอินทร์ทรงช้าง เป็นต้น เพราะเนื้อหินมีผิวที่ละเอียดสวยงาม
ปัจจุบันฐานศิวลึงค์ดังกล่าว ได้นำมาเก็บไว้ที่บริเวณด้านหน้ากุฏิเจ้าอาวาสวัดเจ๊ก

การเดินทางมาวัดเจ๊ก
จากจังหวัดศรีสะเกษ ใช้ทางหลวงหมายเลข 220 ระยะทางประมาณ 49 กิโลเมตร วัดตั้งอยู่ฝั่งขวามือ ติดกับวิหารพระแม่กวนอิมฯ
-----------------------------------------------------------------------------------------
อุโบสถวัดเจ๊กโพธิพฤกษ์ ซึ่งทางวัดได้ทำการบูรณะใหม่ และกำลังจะมีพิธียกช่อฟ้าและผูกพัธสีมาปิดทองฝังลูกนิมิตอุโบสถ ในช่วงปีใหม่ 2558 นี้

ขอขอบคุณข้อมูลจากกระทรวงวัฒนธรรม

สวนพระยาไกรภักดีศรีนครลำดวน (ศาลหลักเมืองขุขันธ์)

สวนพระยาไกรภักดีศรีนครลำดวน (ตากะจะ)
และศาลหลักเมืองใหม่เมืองขุขันธ์

ประวัติความเป็นมา
เมืองขุขันธ์เดิมเป็นชุมชนเขมรป่าดง มีผู้นำชุมชน คือ ตากะจะ ต่อมาพญาช้างเผือกแห่งกรุงศรีอยุธยา ในสมัยพระเจ้าอยู่หัวสุริยาศน์อมรินทร์ หนีออกจากโรงมาทางเทือกทิศตะวันออกเฉียงใต้ จึงทรงให้ทหารเอกสองคนนามว่า ทองด้วงและ บุญมา” (ซึ่งต่อมาก็คือ สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี และสมเด็จพระราชบวรมหาสุรสีหนาถ)ออกติดตามมาจนถึงชุมชนเขมรป่าดง ซึ่งก็คือบริเวณโคกลำดวน ซึ่งเป็นบริเวณหมู่บ้านที่ตากะจะอาศัยอยู่ ตากะจะพร้อมลูกบ้านเมื่อทราบเช่นนั้น จึงได้ช่วยกันติดตามพญาช้างเผือกจนพบ และนำส่งกรุงศรีอยุธยาได้สำเร็จ เมื่อพระเจ้าเอกทัศน์ทรงทราบเหตุการณ์ที่ตากะจะ และพวกพ้อง ได้ช่วยกันติดตามช้างเผือกมงคลนี้ จึงได้โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งตากะจะและพรรคพวกให้มีบรรดาศักดิ์ระดับ หลวงซึ่งตากะจะ ได้รับพระราชทานให้เป็น หลวงแก้วสุวรรณและเป็นหัวหน้าหมู่บ้านชาวเขมรป่าดงบริเวณเมืองขุขันธ์ ต่อมาหลวงแก้วสุวรรณได้ส่งส่วยซึ่งเป็นที่จำเป็นในกรุงศรีอยุธยา พระเจ้าเอกทัศน์ทรงพึงพอใจในความจงรักภักดีของหลวงแก้วสุวรรณและลูกบ้าน ที่ได้ส่งส่วยมาให้เมืองหลวงเป็นประจำ จึงทรงโปรดเกล้าฯ เลื่อนบรรดาศักดิ์ให้ตากะจะอีกครั้ง จากหลวงแก้วสุวรรณ เป็น พระยาไกรภักดีศรีนครลำดวนยกฐานะบ้านโคกลำดวนเป็น เมืองขุขันธ์และให้พระยาไกรภักดีศรีนครลำดวน เป็นเจ้าเมืองขุขันธ์ ซึ่งท่านก็คือเจ้าเมืองขุขันธ์ท่านแรกและเป็นผู้ก่อตั้งสร้างบ้านแปลงเมืองขุขันธ์ด้วยนั่นเอง

จากความสำคัญของเมืองขุขันธ์ในข้างต้น ทางอำเภอขุขันธ์จึงเห็นความสำคัญในส่วนนี้จึงได้ประชุมกับ อปท.ในพื้นที่ เพื่อหาแนวทางในการสร้างอนุสาวรีย์เจ้าเมืองขุขันธ์ พระยาไกรภักดีศรีนครลำดวนขึ้นในปี พ.ศ.2547 และได้มีการวางศิลาฤกษ์อนุสาวรีย์พระยาไกรฯ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 และแล้วเสร็จในต้นปี 2548 หลังจากนั้นจึงมีการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณโดยรอบอนุสาวรีย์ฯ ให้สวยงาม โดยบริเวณอนุสาวรีย์ได้นำรูปหล่อครอบครัวช้างเผือกมงคลมาตั้งประดับบารมีให้อนุสาวรีย์ฯ ด้วย เนื่องจากมีแนวคิดย้อนกลับไปว่า หากไม่มีช้างเผือกมงคลแตกโรงหนีเตลิดหลุดออกมาหาครอบครัวที่บริเวณเมืองขุขันธ์นี้ ก็คงจะไม่มีเมืองขุขันธ์จนถึงทุกวันนี้ และตั้งชื่อบริเวณอนุสาวรีย์ฯ ว่า สวนพระยาไกรภักดีศรีนครลำดวน (ตากะจะ)และได้มีการจัดงานเฉลิมฉลององค์อนุสาวรีย์ฯ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2548 ซึ่งเป็นวันจัดงาน รำลึกพระยาไกรภักดี ประเพณีแซนโฎนตา บูชาหลักเมือง ลือเลื่องกล้วยแสนหวี ซึ่งก็ได้จัดงานอย่างยิ่งใหญ่โด่งดังไกลไปทั่วประเทศ
 


ต่อมาในปี 2552 คณะสงฆ์อำเภอขุขันธ์ได้ประชุมพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในเรื่องศาลหลักเมืองขุขันธ์ โดยมีมติให้สร้างศาลหลักเมืององค์จำลององค์จริงขึ้นบริเวณสวนพระยาไกรภักดีศรีนครลำดวน (ตากะจะ) เนื่องจากบริเวณศาลหลักเมืองแห่งเดิมมีขนาดคับแคบ และอยู่ในมุมอับ ไม่เป็นที่โดดเด่นแก่ผู้ที่ผ่านไปมาและพื้นที่เล็กไม่เหมาะที่จะประกอบพิธีขนาดใหญ่ได้นั่นเอง และเพื่อเป็นการเสริมดวงให้เมืองขุขันธ์อีกด้วย ปัจจุบัน (ปี 2557) การก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์ และมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง จนคืบหน้าไปกว่า 85% แล้ว เหลือเพียงการตกแต่งเก็บรายละเอียดและปรับภูมิทัศน์ คาดว่าใช้เวลาอีกไม่นานก็จะเสร็จสมบูรณ์

ปัจจุบัน (ปี 2557) ได้มีการปรับปรุงบริเวณสวนพระยาไกรฯ แห่งนี้อย่างต่อเนื่อง โดยมีการสร้างงูเจ็ดเศียรและซุ้มประตูแบบขอมโบราณหรือที่เรียกว่า โคปุระ บริเวณทางเข้าสวนพระยาไกรฯ แห่งนี้ ซึ่งก็เพิ่มเสน่ห์และมนต์ขลังให้กับอนุสาวรีย์พระยาไกรฯ และเมืองขุขันธ์อีกด้วย
 



อนึ่งเมื่อปี 2554 ซึ่งเป็นช่วงแรกๆที่เริ่มมีการก่อสร้างศาลหลักเมือง ณ บริเวณสวนพระยาไกรภักดีศรีนครลำดวน (ตากะจะ) ได้เกิดอัศจรรย์เหตุขึ้นกับต้นปาล์ม ซึ่งปลูกอยู่สองข้างองค์อนุสาวรีย์พระยาไกรฯ กล่าวก็คือ ต้นปาล์มต้นที่ 10 ซึ่งอยู่ทางทิศเหนือองค์อนุสาวรีย์พระยาไกรฯ(นับรวมจากใต้ - เหนือ) ได้ออกยอดใหม่ แต่ที่เป็นที่ประหลาดใจก็คือ ต้นปาล์มต้นนี้ออกยอดใหม่พร้อมกันถึง 9 ยอด และแต่ละยอดมีลักษณะคล้ายเศียรพญานาค 9 เศียร เป็นที่ประหลาดใจกับผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก ผู้ที่อยู่ใกล้-ไกล ที่ทราบข่าว ต่างหลั่งไหลมาชมและสักการะเป็นจำนวนมาก บ้างก็ว่า หรือว่าตาลเก้ายอดฟื้นคืนชีพบ้างก็ว่า เป็นอิทธิฤทธิ์บารมีของเจ้าเมืองขุขันธ์ทั้ง 9 ท่านเพราะเมืองขุขันธ์เคยมีเจ้าเมืองระดับพระยาถึง 9 ท่าน ทำให้ข่าวนี้ลือเลื่องไปไกล...ต่อมาเมื่อยอดปาล์มผลิยอดเป็นใบแบบปกติ ก็มีผู้นำองค์พระพุทธรูปมาประดิษฐานไว้เป็นอนุสรณ์แห่งความอัศจรรย์ ปัจจุบันยังคงมีผู้มาสักการะบูชาตามความเชื่อแบบไม่ขาดสาย

 
 





วัตถุประสงค์ในการสร้างอนุสาวรีย์เจ้าเมืองขุขันธ์
1.เพื่อเป็นสัญลักษณ์ให้เยาวชนรุ่นหลังได้ระลึกถึงประวัติศาสตร์ของเมืองขุขันธ์และความดีของบรรพบุรุษ ว่าในสมัยนั้นมีเจ้าเมืองทั้งหมดกี่คนและมีใครบ้าง
2.เพื่อต้องการเทิดทูนความกล้าหาญ  คุณงามความดีที่ท่านได้ก่อตั้งเมืองขุขันธ์ขึ้นมาเป็นอนุสรณ์สถานรำลึกเกียรติคุณของเจ้าเมืองขุขันธ์
3.เป็นศูนย์รวมใจของชาวอำเภอขุขันธ์
4.เป็นที่สักการะบูชาของชาวอำเภอขุขันธ์ และนักท่องเที่ยวที่สัญจรไปมาได้กราบไหว้
5.เสริมสร้างความสามัคคีของชาวอำเภอขุขันธ์ทุกคนให้เกิดความรักชาติ  รักแผ่นดินเกิด
6.เพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจในบ้านเกิด

นอกจากนี้บริเวณสวนพระยาไกรภักดีศรีนครลำดวน (ตากะจะ) แห่งนี้ ยังเป็นที่ประกอบพิธีแซนโฎนตา ซึ่งเป็นงานใหญ่ประจำปีของชาวขุขันธ์อีกด้วย


ที่ตั้งและการเดินทาง
สวนพระยาไกรภักดีศรีนครลำดวน (ตากะจะ) ตั้งอยู่ใจกลางเมืองขุขันธ์ ลักษณะเป็นสวนหย่อมสวนสาธารณะขนาดกลางใจกลางเมือง ตั้งอยู่หัวมุมแยกขุขันธ์ ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของอาคารที่ว่าการอำเภอขุขันธ์ ระยะทางจากจังหวัดศรีสะเกษประมาณ 50 กิโลเมตร โดยใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 220 (สายศรีสะเกษ – ขุขันธ์) และห่างจากถนนสายยุทธศาสตร์ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 24 ซึ่งอยู่ทางทิศใต้ เป็นระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร
 

 










ขอขอบคุณภาพและข้อมูลบางส่วนจาก : สภาวัฒนธรรมเมืองขุขันธ์